เอกสารการจัดทำรายงานทิศทางการพัฒนาสถานศึกษาระดับภาคการศึกษา‏

ฐานข้อมูลอาเซียน



Designed by:

การจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ???????? ???????   

การจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

สถิตย์  ศิริธรรมจักร  ปี 2557

หลักการและเหตุผล

จากข้อมูลเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชนถูกดำเนินคดี  เมื่อจำแนกตามสาเหตุการกระทำผิด  พบว่า  คดีส่วนใหญ่เป็นคดีที่ผู้กระทำผิดมีสาเหตุมาจากการคบเพื่อน ร้อยละ  39.54  ของคดีทั้งหมด  รองลงมาเป็นสาเหตุมาจากความคึกคะนอง  ร้อยละ  15.53  ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ร้อยละ  10.83   และสาเหตุอื่น  ๆ  เช่นสภาพทางเศรษฐกิจ  สภาพครอบครัว  ถูกซักจูง  หรือบังคับ  (กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศ.   2551  :  4)  จะเห็นได้ว่าการที่เด็กและเยาวชนกระทำความผิดมีสาเหตุทั้งจากปัจจัยภายใน  ซึ่งได้แก่  สภาวะทางร่างกาย  และจิตใจของเด็กและเยาวชน  ส่วนภัยภายนอกนั้น  ได้แก่สภาพแวดล้อมทั่วไปที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน  เช่นเศรษฐกิจ   สื่อ  บุคคลและอื่น ๆ  (ทศพร  บุญประภา.    2551  :  3)   จากปัญหาการกระทำผิด   ของเด็กและเยาวชนดังกล่าว พบว่า  ส่วนมากเด็กและเยาวชนมีอายุอยู่ระหว่าง  10 – 18  ปีบริบูรณ์   ส่วนมากเป็นเด็กและเยาวชนที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาภาคบังคับ และถูกออกกลางคันเนื่องจากกระทำผิดกฎหมาย

 

 

แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นจะต้องใช้กิจกรรมการเรียนการสอนเข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน  เพราะการเรียนการสอนมุ่งพัฒนาความสามารถในการคิดให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน  โรงเรียนเป็นสถาบันการเสริมสร้างปัญญา  (Intellectual  Instruction)    จากแนวคิดของกลุ่มสร้างสรรค์นิยม  (Constructivism)  เชื่อว่าในการเรียนรู้ผู้เรียนจะใช้กรอบคิดเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว (Prior  Knowledge or Conception)  ในการจัดสิ่งเร้าใหม่ทำให้เกิดความรู้และแนวคิดใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ  การเรียนรู้ไม่ใช่การรับรู้จากแหล่งเรียนรู้ใหม่  ๆ  แต่เกิดจากผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ขึ้นมาเอง  โดยใช้แนวคิดและความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต้องมุ่งสร้างความรู้  ปรับปรุงและแก้ไขความรู้ที่มีอยู่แล้ว  พร้อมทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดและปรับเปลี่ยนความคิดและการสร้างแนวคิดใหม่  ๆ  เพิ่มขึ้น  (ไพฑูรย์  สุขศรีงาม.   2545   :  5)  การจัดการเรียนรู้สามารถที่จะช่วยพัฒนาพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่สร้างสรรค์ได้

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดและศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ฝึกอบรมอยู่ในสถานพินิจเด็กและเยาวชนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม  จึงควรได้รับสิทธิทางด้านการศึกษาทัดเทียมกับเด็กและเยาวชนปกติทั่วไป กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูและการศึกษาที่เด็กและเยาวชนจะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และต้องมีความเหมาะสมกับเด็กและเยาวชนแต่ละบุคคล  ซึ่งสังคมและครอบครัวต้องให้โอกาสและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เด็กเหล่านี้ก็จะคืนสู่สังคมอย่างมีความสุข  ผู้วิจัยปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานศึกษาธิการภาค  7  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลนโยบายทางการศึกษาเล็งเห็นความสำคัญในการจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา  ให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายกำหนด   จึงมีความสนใจในการทำวิจัยในครั้งนี้

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.  เพื่อศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก

และเยาวชน  และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

2.  เพื่อประเมินหลักสูตรการจัดการศึกษาของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ

และคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4ขอนแก่นได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกับเด็กและเยาวชนทั่วไป

2.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น  และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต  4 ขอนแก่นได้เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของกระทรวงศึกษาธิการ

3.บุคลากรในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น  ได้รับการพัฒนาเป็นครูผู้สอนตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  สามารถเป็นครูผู้สอนและให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนได้

4.เด็กและเยาวชนที่เรียนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น สามารถนำวุฒิทางการศึกษาไปใช้เรียนต่อในสถานศึกษาอื่นได้เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร หรือสามารถนำผลการเรียนไปเรียนต่อในศูนย์การเรียนรู้ในสังกัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้ในกรณีเรียนไม่จบหลักสูตรและถูกพ้นโทษเสียก่อน

วิธีการดำเนินการ

1  ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอนในสถานและพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 15   คน และ เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น  จำนวน 120   คน  รวม  135 คน

2  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่

2.1 ครูผู้สอนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในจังหวัดขอนแก่นและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4  จำนวน 15 คน จำแนกเป็น

2.1.1  ครูในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 5 คน

2.1.2 ครูผู้สอนในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น จำนวน 10 คน

2.2 นักเรียนที่เรียนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขอนแก่น และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น จำนวน 120 คน จำแนกเป็น

2.2.1 นักเรียนที่เรียนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขอนแก่น จำนวน 20  คน

2.2.2  นักเรียนที่เรียนในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น จำนวน 120  คน

 

 

3. ขั้นตอนการวิจัย

1. ประชุมบุคลากรสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองขอนแก่น  เพื่อกำหนดภารกิจให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ โดย ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น เปิดเป็นโรงเรียนพิทักษ์คุณธรรมขอนแก่น นำเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเข้าเรียนรู้ในโรงเรียนตามความสมัครใจ  ส่วนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น รับผิดชอบเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น และจะเป็นเครือข่ายการเรียนของศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาชนเขต 4 ขอนแก่น สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองขอนแก่นรับผิดชอบในเนื้อหาหลักสูตรและการพัฒนาบุคลากรของศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น ให้เป็นครูผู้สอนตามหลักสูตรการอบรมของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระหว่างเดือนตุลาคม 2555 – ธันวาคม 2555

2. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น  จัดเตรียมสถานที่ ห้องเรียน วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนคณะกรรมการจัดการเรียนการสอน เตรียมบุคลากร โดยการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมหลักสูตร ครูการศึกษานอกระบบจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  จัดเตรียมเอกสารทางการเรียนรู้ ปรับปรุงอาคารให้เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้  วางระบบการจัดการเรียนรู้ ในระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน 2556

3. เปิดโรงเรียนพิทักษ์คุณธรรมขอนแก่น โดยจัดการศึกษาในรูปแบบของการศึกษานอกระบบแต่เพิ่มระบบการควบคุมดูแลและฝึกเด็กและเยาวชนตามระเบียบของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนที่ใช้ปฏิบัติ ส่วนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเปิดศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้โรงเรียนพิทักษ์คุณธรรมขอนแก่น ดำเนินการในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557

4. เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ หลังจากทำการเรียนการสอนไปแล้ว 1 ปี (เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม  2557

5. วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ เดือนสิงหาคม – เดือนธันวาคม 2557

สรุปผลการ และเขียนรายงานผลการวิจัย เดือนมกราคม –  มีนาคม  2558

4.  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  แบบสัมภาษณ์

5. การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยนำแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างไปสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างซึงประกอบด้วยครูผู้สอน และนักศึกษา (เด็กและเยาวชน) ในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น ซึ่งเปิดเป็นโรงเรียนพิทักษ์คุณธรรมในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแรกรับขอนแก่น  ในขณะสัมภาษณ์ผู้วิจัยทำการบันทึกเทปการสัมภาษณ์ไปพร้อมในคราวเดียวกัน

6. การวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้วิจัยนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์ นำมาจัดกลุ่มคำแล้วทำการสังเคราะห์ข้อมูลตามวิธีวิจัยแบบพรรณาวิเคราะห์

7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  สถิติพรรณาวิเคราะห์ 

สรุปผลการวิจัย

1. การจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น แบ่งการจัดกาเรียนการสอนออกเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 – 8.30 น. เรื่องระเบียบวินัยและการพัฒนาร่างกาย     ส่วนที่ 2  การเรียนรู้วิชาสามัญ เริ่มเวลา 08.30 – 15.00 น. ส่วนที่ 3 การฝึกวิชาชีพ เริ่มเวลา 13.00 – 15.30 น. ส่วนที่ 4 พลศึกษาและดนตรี ส่วนที่ 5 คุณธรรมจริยธรรม เริ่มเวลา 19.00 – 21.00 น. ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาสามัญ ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศิลปะ พลศึกษา คุณธรรมจริยธรรม ทักษะชีวิต การเรียนรู้วิชาชีพระยะสั้น ประกอบด้วย ช่างเชื่อม ช่างไม้ ช่างตัดผม ช่างไฟฟ้า ซ่อมจักรยานยนต์ และดนตรี  กิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนได้แก่ กิจกรรมกีฬา  กิจกรรมฟังธรรม กิจกรรมปฏิบัติธรรม เล่นดนตรี ทำการเกษตร ซ่อมจักรยานยนต์ เชื่อม  ช่างไม้ ช่างตัดผม ช่างไฟฟ้า ดนตรี เข้าค่ายลูกเสือ เข้าค่ายธรรมมะ เข้าค่ายวิวัฒน์พลเมือง ตอนเช้าออกกำลังกาย  นอกจากนั้นเด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้รุ่นน้องที่เข้าใหม่ ช่วยครูทำงานบริเวณหน่วยการเรียน ห้องเรียน และงานทั่วไป แหล่งเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้สืบค้น ประกอบด้วยห้องสมุด ห้องอินเตอร์เน็ต หรือบางครั้งเด็กและเยาวชนสอบถามเรียนรู้เพิ่มเติมจากครู หน่วยวิชาชีพ นอกจากนั้นยังเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านหนังสือ ที่วี เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผลที่หลากหลายรูป เช่นแบบทดสอบแบบปรนัย มีตัวเลือกผ่านทางอินเตอร์เน็ต บางครั้งมีการสอบปากเปล่าและประเมินเป็นกลุ่มสลับการทำการสอบแบบอัตนัย การให้คะแนนความประพฤติจากครูที่ปรึกษา ครูประจำหน่วยการเรียน พ่อบ้าน  พยาบาล นักจิตวิทยาสังคม สิ่งที่เด็กและเยาวชนต้องการให้ปรับปรุงได้แก่ ให้มีการเรียนมากกว่าปัจจุบันและเน้นเรื่องระเบียบวินัยให้มากขึ้น ปรับปรุงเรื่องคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยและให้เด็กและเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรมได้เรียนทุกคน เพราะเป็นการเพิ่มความรู้ที่ขาดโอกาสได้เท่าเทียมกับเด็กและเยาวชนทั่ว ๆ ไป เป็นการพัฒนาวิชาชีพให้กับทุกคน ขจัดเวลาที่ว่างออกให้หมดจะได้ไม่ก่อปัญหาในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรม  และควรมีการเพิ่มรายวิชาที่มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือเป็นวิชาที่ทันสมัย  การจัดการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหลังจากถูกปล่อยตัวจากการถูกกักขังได้ เพราะ ได้รับวุฒิการศึกษาสามารถนำใช้เรียนต่อและสามารถนำไปสมัครงานได้  ต้องการให้พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยผ่านการอบรมคุณธรรม จริยธรรม และฝึกระเบียบวินัยและอยากให้มีการจัดการเรียนรู้นอกศูนย์เป็นบางโอกาส  และควรเพิ่มครูให้เพียงพอ

2. การประเมินหลักสูตร  ส่วนมากเด็กและเยาวชนที่เรียนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น เห็นว่าหลักสูตรมีความเหมาะสมกับสถานที่ แต่อยากให้มีการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่เป็นบางโอกาส  และอยากให้เพิ่มเรื่องระเบียบวินัยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  อยากให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้กันทุกคน เพราะเป็นเพิ่มโอกาสทางการศึกษา  ส่วนครูส่วนมากเห็นว่าหลักสูตรมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

 

อภิปรายผล

การจัดการเรียนรู้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น ผู้วิจัยสรุปผลการวิจัยดังนี้

1. การจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น แบ่งการจัดกาเรียนการสอนออกเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 – 8.30 น. เรื่องระเบียบวินัยและการพัฒนาร่างกาย     ส่วนที่ 2  การเรียนรู้วิชาสามัญ เริ่มเวลา 08.30 – 15.00 น. ส่วนที่ 3 การฝึกวิชาชีพ เริ่มเวลา 13.00 – 15.30 น. ส่วนที่ 4 พลศึกษาและดนตรี ส่วนที่ 5 คุณธรรมจริยธรรม เริ่มเวลา 19.00 – 21.00 น. ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาสามัญ ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศิลปะ พลศึกษา คุณธรรมจริยธรรม ทักษะชีวิต การเรียนรู้วิชาชีพระยะสั้น ประกอบด้วย ช่างเชื่อม ช่างไม้ ช่างตัดผม ช่างไฟฟ้า ซ่อมจักรยานยนต์ และดนตรี  กิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนได้แก่ กิจกรรมกีฬา  กิจกรรมฟังธรรม กิจกรรมปฏิบัติธรรม เล่นดนตรี ทำการเกษตร ซ่อมจักรยานยนต์ เชื่อม  ช่างไม้ ช่างตัดผม ช่างไฟฟ้า ดนตรี เข้าค่ายลูกเสือ เข้าค่ายธรรมมะ เข้าค่ายวิวัฒน์พลเมือง ตอนเช้าออกกำลังกาย  นอกจากนั้นเด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้รุ่นน้องที่เข้าใหม่ ช่วยครูทำงานบริเวณหน่วยการเรียน ห้องเรียน และงานทั่วไป แหล่งเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้สืบค้น ประกอบด้วยห้องสมุด ห้องอินเตอร์เน็ต หรือบางครั้งเด็กและเยาวชนสอบถามเรียนรู้เพิ่มเติมจากครู หน่วยวิชาชีพ นอกจากนั้นยังเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านหนังสือ ที่วี เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผลที่หลากหลายรูป เช่นแบบทดสอบแบบปรนัย มีตัวเลือกผ่านทางอินเตอร์เน็ต บางครั้งมีการสอบปากเปล่าและประเมินเป็นกลุ่มสลับการทำการสอบแบบอัตนัย การให้คะแนนความประพฤติจากครูที่ปรึกษา ครูประจำหน่วยการเรียน พ่อบ้าน  พยาบาล นักจิตวิทยาสังคม สิ่งที่เด็กและเยาวชนต้องการให้ปรับปรุงได้แก่ ให้มีการเรียนมากกว่าปัจจุบันและเน้นเรื่องระเบียบวินัยให้มากขึ้น ปรับปรุงเรื่องคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยและให้เด็กและเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรมได้เรียนทุกคน เพราะเป็นการเพิ่มความรู้ที่ขาดโอกาสได้เท่าเทียมกับเด็กและเยาวชนทั่ว ๆ ไป เป็นการพัฒนาวิชาชีพให้กับทุกคน ขจัดเวลาที่ว่างออกให้หมดจะได้ไม่ก่อปัญหาในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรม  และควรมีการเพิ่มรายวิชาที่มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือเป็นวิชาที่ทันสมัย  การจัดการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหลังจากถูกปล่อยตัวจากการถูกกักขังได้ เพราะ ได้รับวุฒิการศึกษาสามารถนำใช้เรียนต่อและสามารถนำไปสมัครงานได้  ต้องการให้พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยผ่านการอบรมคุณธรรม จริยธรรม และฝึกระเบียบวินัยและอยากให้มีการจัดการเรียนรู้นอกศูนย์เป็นบางโอกาส  และควรเพิ่มครูให้เพียงพอ เหตุที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะ การศึกษาเป็นการให้ทางออกและทางเลือกที่ดีแก่ทุกคน  เพื่อสนองความต้องการ    ความสามารถ    และความถนัดของผู้เรียน    ตลอดจนข้อจำกัดและคุณลักษณะที่แตกต่าง  ของบุคคลไม่ใช่ถนัดอย่างหนึ่งแต่ต้องเรียนอกอย่างหนึ่ง  แม้ผู้เรียนจะมีทางเลือกในการศึกษามากขึ้นแต่ต้องเน้นให้ผู้เรียนรู้จักใช้วิจารณญาณในการ สอดคล้องกับผลการวิจัยของ บุญชัย   นวมงคลวัฒนา และคณะ  (2552  :  website)  รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาระบบการดูแลเด็กและเยาวชนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า ระบบการดูแลเด็กและเยาวชนมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คือ บุคลากรมีการรับรู้บรรยากาศในองค์การและมีทัศนคติดีขึ้น ทั้งภาพรวมและรายด้าน โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และจากการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า บุคลากรมีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้น เด็กมีส่วนร่วมในการจัดระบบการดูแลตนเองและสร้างบรรยากาศที่ดี บรรยากาศการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เช่น จากการที่เด็กมองบุคลากรว่าเป็น "ผู้คุม" กลับกลายเป็น "ที่พึ่งพาปรึกษาได้" และจากมุมมองของบุคลากรที่เคยมองว่าเด็กและเยาวชนในสถานพินิจแห่งนี้เป็น "เด็กเหลือขอ" กลับกลายเป็น "มีอนาคต" ที่สำคัญคือ บุคลากรมีแรงจูงใจในการทำงานอย่างมีเป้าหมาย และสอดคล้องกับสถิตย์ ศิริธรรมจักร (2553 :175-178) ได้ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผลการวิจัยพบว่า วิธีการจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย การบริหารจัดการจะต้องจัดในรูปแบบของคณะกรรมการ  มีผู้บริหารโรงเรียนเช่นเดียวกับโรงเรียนปกติ  หลักสูตรที่ทำการเปิดการเรียนจะต้องนำหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาปรับปรุงใช้ในการจัดการเรียนการสอน  โดยทำเป็นหลักสูตรพิเศษมีความยืดหยุ่นเน้นในด้านคุณธรรมจริยธรรม ครูผู้สอน  พัฒนาจากบุคลากรในสถานพินิจ  และจัดหาบุคลากรภายนอกโดยความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ    และภูมิปัญญาท้องถิ่น  สื่อการเรียนการสอน  รัฐโดยกระทรวงศึกษาธิการจะต้องจัดหาให้ตามรูปแบบของโรงเรียนปกติ  เพราะเด็กเหล่านี้อยู่ในการศึกษาภาคบังคับ  ซึ่งรัฐจะต้องจัดให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม และเสมอภาค  การวัดผลและประเมินผล  จะต้องเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ  โดยมีการวัดและประเมินจากการเรียนซึ่งใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือวัดตามความเหมาะสม  เช่น  การสังเกต   การประเมินจากผลงาน งบประมาณ  รัฐโดยกระทรวงศึกษาธิการจะต้องสนับสนุนงบประมาณรายหัวเหมือนกับนักเรียนในโรงเรียนปกติ  เวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน  เปิดทำเรียนการเรียนการสอนตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น.

2. การประเมินหลักสูตร ส่วนมากเด็กและเยาวชนที่เรียนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น เห็นว่าหลักสูตรมีความเหมาะสมกับสถานที่ แต่อยากให้มีการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่เป็นบางโอกาส  และอยากให้เพิ่มเรื่องระเบียบวินัยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  อยากให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้กันทุกคน   เพราะเป็นเพิ่มโอกาสทางการศึกษา  ส่วนครูส่วนมากเห็นว่าหลักสูตรมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เหตุที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะหลักสูตรที่ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น เป็นหลักสูตรพิเศษที่จัดทำขึ้นระหว่างหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยผสมกับระเบียบการปฏิบัติของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตในการถูกกักขังและควบคุมตัวของเด็กและเยาวชน สอดคล้องกับผลการวิจัยของ สถิตย์  ศิริธรรมจักร (2552 : 175 – 178) ได้ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผลกการวิจัยพบว่า หลักสูตรที่ทำการเปิดการเรียนจะต้องนำหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาปรับปรุงใช้ในการจัดการเรียนการสอน  โดยทำเป็นหลักสูตรพิเศษมีความยืดหยุ่นเน้นในด้านคุณธรรมจริยธรรม

นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับวัชรินทร์  ปัจเจกวิญญสกุล  (2543  :  บทคัดย่อ) การจัดการเรียนการสอนปัจจุบันเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยแยกผู้เรียนออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มเด็กปกติและกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with Special Needs) กลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กพิการ เด็กที่มีสภาพบกพร่องทางกายหรือสติปัญญา เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือทางพฤติกรรมเด็กเหล่านี้มีความต้องการและศักยภาพแตกต่างกัน การจัดการศึกษาจึงต้องมีลักษณะพิเศษยืดหยุ่นสอดคล้องกับความต้องการและจำเป็นของเด็กแต่ละคน เด็กและเยาวชนที่อยู่ในความดูแลของสถานพินิจเป็นกลุ่มที่มีปัญหาทางอารมณ์ และพฤติกรรมถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษกว่าเด็กปกติทั่วไป การจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ จึงควรนำรูปแบบการจัดการศึกษาพิเศษมาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการศึกษาเพื่อกำหนดนโยบายจัดการศึกษาทางเลือกโดยศูนย์การเรียนในสถานพินิจต่อไป

ข้อเสนอแนะ

1.1      การนำไปใช้ประโยชน์

1.1.1 ควรเพิ่มบุคลากรโดยเฉพาะครูผู้สอนให้เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนเด็ก      และเยาวชน

1.1.2ครูควรให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน

1.1.3ควรมีการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ เช่น การแข่งขันทักษะต่าง ๆ

1.1.4ควรปรับปรุงคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัย

1.1.5ควรให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรมได้เรียนทุกคน

1.1.6                สถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรมควรเน้นระเบียบวินัยมากขึ้น ไม่ควรเด็กและเยาวชนมีเวลาว่างมากเกินไปเพราะจะก่อให้เกิดปัญหาได้

1.1.7                สถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรมควรจัดวิทยากรที่ประสบผลสำเร็จทางด้านวิชาชีพเข้ามาให้ความรู้

1.2      การวิจัยครั้งต่อไป

1.2.1                ควรศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

1.2.2                ควรศึกษาทักษะการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

1.2.3                ควรศึกษามาตรการการควบคุมเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

1.2.4                ควรศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

1.2.5                ควรศึกษาวิธีการสอนในการจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน

 

 

ผังผู้บริหารระดับสูง

 

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

 

นายสุรพงษ์ จำจด

ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ


นายสุรพงษ์ จำจด

ศึกษาธิการภาค 10

 


ดร. ธีรพงษ์ สารเเสน

รองศึกษาธิการภาค 10

สถิติผู้เยี่ยมชม

300390
TodayToday57
YesterdayYesterday50
This WeekThis Week57
This MonthThis Month2172
All DaysAll Days300390